วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

เลขาฯ ป.ป.ส. เปิดโครงการเครือข่ายเยาวชน 6 ประเทศลุ่มน้ำโขงปลุกพลังคนรุ่นใหม่ สร้างกลไกป้องกันยาเสพติดร่วมกัน

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์  2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกันยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รุ่น 2 (the 2 nd Youth Network on Drugs Prevention Program : YNDPP) พร้อมด้วย นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า พยาบาล (สบ 5) พ.ต.อ.ศุภชัย ตันพงษ์ พยาบาล (สบ 4) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ ผู้แทนเยาวชนจาก 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา จีนและประเทศไทย ผู้บริหาร สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมงานกว่า 50 คน ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ สำนักงาน ป.ป.ส. 
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “เยาวชนเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ ที่มีความสำคัญ  ในการพัฒนา ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม เนื่องจากเยาวชนเป็นวัยที่มีพลังสร้างสรรค์มีศักยภาพ โครงการนี้มีแนวคิดมุ่งเน้นให้เยาวชนจาก 6 ประเทศที่เข้ารับการอบรม ได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ จากการศึกษาดูงานยาเสพติดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และ สปป.ลาว รวมถึงการเสริมสร้างเครือข่าย ความร่วมมือระหว่างเยาวชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เป็นหนึ่งในพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในการดำเนินงานป้องกันยาเสพติด ตามบริบทของแต่ละประเทศ 
"ผมขอให้เยาวชนจากทั้ง 6 ประเทศได้เก็บเกี่ยวความรู้ มิตรภาพและประสบการณ์ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง จากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การเรียน การทำงาน ที่อาจเกี่ยวข้องกับงานยาเสพติดในอนาคต หรือต่อยอดความรู้และกิจกรรมไปสู่ระดับนานาชาติต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดและตั้งเป็นโยบายหลักเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้เยาวชนได้มีความรู้เท่าทันสถานการณ์ของยาเสพติดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
โครงการนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง วันพุธที่ 8 มีนาคม 2566 โดยนำผู้แทนเยาวชนจาก 6 ประเทศ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย ช่วงอายุระหว่าง 18 - 23 ปี เข้ารับการอบรมและร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้แนวทางการป้องกันยาเสพติดในมุมมองของเยาวชนของแต่ละประเทศ พร้อมนำคณะผู้แทนเยาวชนนานาชาติเรียนรู้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของยาเสพติด ร่วมด้วยการศึกษาศิลปวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และความรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ยาเสพติดในพื้นที่จริง ซึ่งจะก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด
-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------
https://www.facebook.com/profile.php?id=100085849608314&mibextid=LQQJ4d


“อลงกรณ์” เชื่อมั่นไทยพร้อมก้าวขึ้นสู่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตร-อาหารท็อปเทนของโลก เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ.)กับยุโรปและอังกฤษปูทางสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยขยายตลาดทั่วโลก พร้อมแนะผู้ผลิตผู้ส่งออกไทยปรับตัวรับมือกฎหมายและกฎระเบียบใหม่ของอียู.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวปาฐกถาเปิดงานเสวนาบนเวทีของงานแถลงข่าวประจำปี NRF 2023 Annual Press conference 'Big Move' ภายใต้ประเด็นเสวนา“ปัญหาและโอกาสสู่ทางออกของการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดยุโรปและอังกฤษ” โดยมี คุณแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF คุณอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Exim Bank และคุณณัฐศักดิ์ มนัสรังษี K Fresh เข้าร่วม ณ ลิโด้ คอนเนคท์ (ห้องลิโด้ 1) สยามสแควร์ซอย 3 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญภาครัฐได้แสดงความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย เพื่อร่วมต่อยอดความคิดและร่วมหาทางแก้ปัญหา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการผลักดัน สินค้าเกษตรและอาหารไทยไปสู่ตลาดยุโรปและอังกฤษโดยเฉพาะบริษัทชั้นแนวหน้าชองไทยเช่นเอ็นอาร์เอฟ(NRF)ที่มีเป้าหมายขยายเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าอาหารไทยและเอเซียในอังกฤษและยุโรปซึ่งมีมูลค่าตลาดนี้ 10 พันล้านดอลลาร์หรือกว่า3แสนล้านบาท
   นายอลงกรณ์ กล่าวปาฐกถาว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการเอกชนในการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปสหภาพยุโรปและอังกฤษซึ่งเป็นตลาดคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยจึงให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ. ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เร่งเปิดทางสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปอียูและอังกฤษโดยกระทรวงเกษตรฯได้ลงนามเอ็มโอยูกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมอาหารและกิจการชนบทของอังกฤษเพื่อขยายความร่วมมือทางการเกษตรทุกมิติรวมทั้งการขจัดอุปสรรคทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี(FTA)3กรอบสำคัญคือ เอฟทีเอ.ไทย-อียู. เอฟทีเอ.ไทย-อังกฤษและเอฟทีเอ.ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA)ซึ่งมีสมาชิก 5 ประเทศ คือ รัสเซีย, คาซัคสถาน, เบลารุส, อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน  เป็นก้าวใหม่ก้าวใหญ่ของภาครัฐผสมผสานกับบิ๊กมูฟของภาคเอกชนในวันนี้ จึงมั่นใจว่าประเทศไทยจะบรรลุความสำเร็จที่ตั้งเป้าหมายเป็นมหาอำนาจทางอาหารท็อปเทนของโลกภายในปี2030เป็นอาหารปลอดภัย(Food Safety)ที่มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของสำนักงาน”มกอช.”ตั้งแต่ฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร(Farm 2 Tables)ภายใต้การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมลดปัญหาภาวะโลกร้อนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสหภาพยุโรปและอังกฤษตลอดจนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางเรือ ทางอากาศและทางบกโดยเฉพาะการขนส่งทางรางบนเส้นทางรถไฟสายไทย-จีน-ลาว-ยุโรป

สำหรับโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ทั้งในเรื่องการรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าหลักที่มีฐานการตลาดอยู่เดิม ได้แก่ 1) สินค้าปศุสัตว์ - ไก่แปรรูปและไก่หมักเกลือ (สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) โดยในปี 2565 ประเทศไทยส่งออกไก่แปรรูปไปยังสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร มูลค่า 38,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวจากปี 2564 ถึงร้อยละ 69 2) สินค้าพืชผักผลไม้สดผลไม้แปรรูป และข้าว (สหราชอาณาจักร อิตาลี เนเธอร์แลนด์) สับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรดกระป๋อง และผลไม้กระป๋อง (เนเธอร์แลนด์และเยอรมนี) 3) สินค้าประมงและสัตว์น้ำ (แช่แข็งและแปรรูป) - ปลาหมึกแช่แข็ง (อิตาลี) ปลาทูน่ากระป๋อง (เนเธอร์แลนด์) และ 4) ยางพาราและผลิตภัณฑ์ (เยอรมนี เนเธอร์แลนก์ สเปน เบลเยียม อิตาลี)และ5)สินค้าที่มีศักยภาพในอนาคต(Future Food) ได้แก่
1.สินค้าโปรตีนทางเลือกจากพืช(plant based protein )
2.สินค้าโปรตีนทางเลือกจากแมลง(edible insect based protein)
3.สินค้านวัตกรรมที่ตอบสนองโภชนาการของผู้บริโภค

นายอลงกรณ์ยังเสนอแนะด้วยว่า ผู้ประกอบการของไทยต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับโอกาสและปัญหาและอุปสรรคในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ได้แก่ 1) กฎระเบียบด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงแต่ครอบคลุมเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยอาหารที่ประเทศผู้ส่งออกต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ สิทธิมนุษยชน และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 2) กฎระเบียบมาตรการของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร เพื่อบังคับใช้กับผู้ประกอบการภายในประเทศ แต่ส่งผลกระทบมายังผู้ผลิตรวมถึงประเทศไทย อาทิ กฎหมาย Deforestation free products ที่สหภาพยุโรปได้เห็นชอบต่อการออกกฎหมาย ครอบคลุมสินค้า 7 ชนิด คือ ยางพารา น้ำมันปาล์ม เนื้อวัว ไม้ กาแฟ โกโก้ และถั่วเหลือง รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ผลิตจากสินค้าเหล่านี้ เช่น ช็อคโกแลต เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ และสินค้าที่มีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบบางชนิด โดยสหภาพยุโรปได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2566 กฎหมาย Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ขอบเขตการบังคับใช้ CBAM จากเดิม 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และไฟฟ้า ให้เพิ่มเป็น 7 กลุ่มสินค้า โดยรวมไฮโดรเจนและสินค้าปลายน้ำบางรายการ อาทิ น็อตและสกรูที่ทำจากเหล็กและเหล็กกล้า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (indirect emissions) อาทิ ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า ที่ใช้ในการผลิตสินค้า และจะเริ่มบังคับใช้มาตรการ CBAM ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 และกฎหมาย Corporate Due diligence เป็นกฎหมายเพื่อกำกับดูแลและความรับผิดชอบในการประกอบธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3) แนวคิดการบริโภคสินค้าที่ผลิตในสหภาพยุโรป (Localization) เพื่อลดการขนส่งอันเป็นสาเหตุของการก่อมลพิษและคาร์บอนฟุตปริ้น อาจมีผลกับการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากประเทศที่สามในอนาคต.
-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------
https://www.facebook.com/profile.php?id=100085849608314&mibextid=LQQJ4d

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

The trap news ชาวเพชรบุรีกว่าหมื่นคนแห่เป็นกำลังใจ“เฉลิมชัย-อลงกรณ์”เปิดตัวผู้สมัครส.ส. เพชรบุรีอย่างเป็นทางการเป็นจังหวัดแรกในภาคกลาง4 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์“ชวน-บัญญัติ-อภิสิทธิ์-จุรินทร์”ประสานเสียงขอคนเพชรเลือกปชป.ยกทีม

ชาวเพชรบุรีกว่าหมื่นคนแห่เป็นกำลังใจ
“เฉลิมชัย-อลงกรณ์”เปิดตัวผู้สมัครส.ส. เพชรบุรีอย่างเป็นทางการเป็นจังหวัดแรกในภาคกลาง
4 หัวหน้าพรรประชาธิปัตย์“ชวน-บัญญัติ-อภิสิทธิ์-จุรินทร์”ประสานเสียงขอคนเพชรเลือกปชป.ยกทีม


    วันนี้พรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคและนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคร่วมกันเปิดเวทีปราศรัยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของจังหวัดเพชรบุรีอย่างเป็นทางการจังหวัดแรกในภาคกลางมีประชาชนกว่าหมื่นคนล้นลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ
นอกจากนี้ 4 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้แก่นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันได้ให้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์อ่านสาส์นแสดงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการทำงานเพื่อจังหวัดเพชรบุรี และขอโอกาสให้อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์คือนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ อดีต ส.ส.เพชรบุรี และส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 สมัย  ดร.กัมพล สุภาแพ่ง อดีต ส.ส.เขต 2 เพชรบุรี 3 สมัย  และนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยพาณิชย์และอดีต ส.ส.เขต 3 เพชรบุรี 4 สมัยลงสมัคร ส.ส.เขต1-2-3และนายอรรถพร พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอดีต ส.ส.เขต 1 และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2สมัยลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้กลับมาเป็นปากเสียงและตัวแทนของคนเมือง เพชรฯ.อีกครั้งหนึ่งดังเช่นที่ผ่านมา.

-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------
https://www.facebook.com/profile.php?id=100085849608314&mibextid=LQQJ4d

The trap news ป.ป.ส.ไทย จับมือ ป.ป.ส. เมียนมา ประชุมทวิภาคีไทย – เมียนมา ครั้งที่ 24


ป.ป.ส.ไทย จับมือ ป.ป.ส. เมียนมา ประชุมทวิภาคีไทย – เมียนมา ครั้งที่ 24 

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) นำคณะผู้แทนไทย เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีไทย - เมียนมา เรื่อง ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 24 โดยมี พลตรี ซิน มีน ทัก ผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา และเลขาธิการคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเมียนมา ให้การต้อนรับ ระหว่างวันที่ 19-23 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผู้เข้าร่วมประชุมฝ่ายไทยประกอบด้วย พล.ต.ท. ปิยะ  ต๊ะวิชัย  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมทั้งผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส. และผู้เข้าร่วมประชุมฝ่ายเมียนมาประกอบด้วย พลตำรวจจัตวา วิน หน่าย (Pol. Brig. Gen. Win Naing) ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเลขาธิการร่วม CCDAC และคณะผู้บริหารของ CCDAC 
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในที่ประชุมตนได้เน้นย้ำถึงแนวนโยบายด้านยาเสพติดของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งให้ความสำคัญต่อการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ และมุ่งเน้นขยายผลการจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิด   เพื่อทำลายข่ายงานการค้าทั้งขบวนการ ซึ่งจะนำไปสู่การยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงเงินทุนในการผลิตยาเสพติด และความร่วมมือในการทำลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติและแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ต้องหาตามหมายจับ 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อ นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการวางแนวทางการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่มักมีรั่วไหลเข้าไปยังแหล่งผลิต โดยเฉพาะสารโซเดียมไซยาไนด์ สารเบนซิลไซยาไนด์ และสารเบนซิลคลอไรด์ และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ ร่วมกัน โดยฝ่ายไทยได้แสดงความพร้อมที่จะสนับฝ่ายเมียนมาในการดำเนินงานด้านการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ โดยเฉพาะโครงการสำคัญ เช่น ปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ภายใต้แผนแม่น้ำโขงปลอดภัยเพื่อการควบคุมยาเสพติด 6 ประเทศ (ระยะ 2566-2570)  การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายด้านยาเสพติด เช่น การฝึกอบรมด้านการตรวจพิสูจน์ การฝึกอบรมหลักสูตร “อินทรีย์ 19  การฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อการสืบสวนโครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน โครงการเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการยุติแหล่งผลิตยาเสพติดและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ (LOA) และความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศของทางวิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (International Narcotics Control College : INCC ) รวมไปถึงโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนระหว่างประเทศ เพื่อการป้องกัน ยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รุ่นที่ 2 อีกด้วย 
-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------
https://www.facebook.com/profile.php?id=100085849608314&mibextid=LQQJ4d

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

The trap news เลขา ป.ป.ส. ขอบคุณเมียนมาส่งตัวผู้ต้องหายาเสพติดระดับสั่งการภายใต้โครงการ "Most wanted” ตามนโยบายรัฐมนตรีฯ ยุติธรรม

เลขา ป.ป.ส. ขอบคุณเมียนมาส่งตัวผู้ต้องหายาเสพติดระดับสั่งการภายใต้โครงการ "Most wanted” ตามนโยบายรัฐมนตรีฯ ยุติธรรม

    นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เผยผลจากประชุมร่วมกับ กับพลตรี ซิน มีน ทัก ผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา และเลขาธิการคณะกรรมการ    กลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) พลตำรวจจัตวา วิน หน่าย (Pol. Brig. Gen. Win Naing) ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและเลขาธิการร่วม CCDAC โดยมี พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เข้าร่วม ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่ผ่านมานั้น 
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการประชุมความร่วมมือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทางการของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาสามารถจับกุมตัวนายเจษฎา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางประเทศไทยต้องการนำตัวมาดำเนินคดี โดยผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีซ่อนตัวตามแนวชายแดนฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งทาง สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการตั้งรางวัลนำจับนายเจษฎาฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัดแพร่ ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจ่ายในกลุ่มประชาชน 
"ต้องขอบคุณ CCDAC ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการคุมตัวและส่งตัวนายเจษฎาฯ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดระดับสั่งการชาวไทยซึ่งหลบหนีอยู่ที่ ท่าขี้เหล็ก โดยจะส่งตัวจากเมียนมา                           มาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ภายใต้โครงการ Most Wanted ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งจัดการผู้ต้องหาคดี       ยาเสพติดรายสำคัญที่หลบหนีหมายจับไปยังต่างประเทศ โดยมีเงินรางวัลนำจับเป็นรางวัลเพื่อจูงใจให้แก่พนักงานที่จับกุม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ย้ำว่าความร่วมมือเช่นนี้จะต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด จะต้องถูกจับกุมและลงโทษอย่างเด็ดขาด ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ขอความร่วมมือในการติดตามนักค้ายาเสพติดชาวไทยที่มีหมายจับและทราบว่าได้หลบหนีการจับกุมไปยังเมียนมาตามโครงการประกาศสืบจับ “Most wanted” 
    เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อ ตนได้มอบหมายให้ นายธันวา ผุดผ่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5  เป็นผู้แทนฝ่ายสำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนฝ่ายตำรวจภูธรภาค 5 และ ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมอบตัวนายเจษฎาฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดี    ยาเสพติดรายสำคัญกลับสู่ประเทศไทย โดยจะส่งตัวต่อไป
-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------
https://www.facebook.com/profile.php?id=100085849608314&mibextid=LQQJ4d

The trap news รฟฟท.สายสีแดง เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสดำเนินกิจการครบรอบปีที่ 12 พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสดำเนินกิจการครบรอบปีที่ 12 พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นวันครบรอบการก่อตั้งของบริษัทฯ   ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่มีมาตรฐานในระดับสากล ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ นับตั้งแต่การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มาจนถึงการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง โดยได้นำระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ขอบเขต : วิศวกรรมและซ่อมบำรุงและขอบเขต : งานปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ที่ผ่านการรับรองจาก BV (Bureau Veritas) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการตรวจประเมินและออกใบรับรองในด้านคุณภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับโลก โดยบริษัทได้นำมาตรฐานดังกล่าวเข้ามาใช้พัฒนาในด้านการเดินรถไฟฟ้า และซ่อมบำรุง ได้อย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารรวมมากกว่า 6 ล้านคน อีกทั้งบริษัทยังได้ผ่านการรับรอง ISO/IEC 27001 : 2013 ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (Information Security Management Systems : ISMS) ขอบเขตระบบบริหาร จัดการ : ระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลที่ใช้ในการสนับสนุนการดําเนินงานของ Back office ซึ่งรวมถึง  (MIS Server เครือข่ายและระบบสํารองข้อมูล) ซึ่งได้รับการรับรองจาก สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI.) นอกจากนั้นบริษัทยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของขบวนรถไฟฟ้าในการให้บริการ นับตั้งแต่เปิดให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ

นอกจากนั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล บริษัทได้จัดงานทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีนายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้ทรงก่อตั้งกิจการรถไฟในประเทศไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ผู้ทรงมีคุณูปการกอปรด้วยพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในด้านการคมนาคมขนส่งในราชอาณาจักรไทย อีกทั้งในปัจจุบันรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อ สถานีกลางบางซื่อ ว่า “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” และพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ว่า “นครวิถี” และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) ว่า “ธานีรัถยา” ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางนั้น มีความหมายว่า เส้นทางของเมือง คู่กับ ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งของกรุงเทพมหานคร 

โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พันธมิตรทางธุรกิจ และ ศิลปินดาราอาทิ ตระการ พันธุมเลิศรุจี ศุภมร โคร์นิน บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์ โอลีฟ อรัญญา อภัยโส ร่วมแสดงความยินดี รวมถึงภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลพนักงานดีเด่น ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความประพฤติที่ดี ซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ เพื่อเป็นแนวทางให้พนักงานทุกคนได้ยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดี
อีกทั้งในโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 12 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณผู้โดยสารที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา บริษัทฯจึงได้จัดบูธกิจกรรม มอบเครื่องดื่ม จากร้านดัง 1,200 แก้วฟรี อาทิ กาแฟเย็น ชาเขียวเย็น ชาไทยเย็น โกโก้เย็น และของขวัญอื่นๆ อีกมากมาย ให้แก่ผู้โดยสารที่ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทุกประเภท ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา ณ บริเวณทางเข้า-ออก ชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร ใกล้ประตูทางออกหมายเลข 13 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภทยังได้รับส่วนลดสูงสุด 50% จากร้านค้าและบริการที่เข้าร่วม Cash Back สูงสุด 50% จากธนาคารชั้นนำ มากมาย

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.srtet.co.th

และสามารถติดตามข่าวสารของบริษัทฯ ได้ทั้งช่องทาง Facebook , Twitter , Instagram Youtube , Tiktok ในชื่อ “RED Line SRTET”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
-----------------------------------------------------------------------บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง
https://www.facebook.com/REDLineSRTET
-----------------------------------------------------------------------

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”  หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหา...