วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566

กรมศุลกากร ปล่อยเรือตรวจการณ์ “ศุลกากร 1202” ลงน้ำ

กรมศุลกากร ปล่อยเรือตรวจการณ์ “ศุลกากร 1202” ลงน้ำ

    นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ ทางทะเล “ศุลกากร 1202” ลงน้ำ โดยมีนางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ รองอธิบดีกรมศุลกากร เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามประเพณีโบราณ ณ อู่ต่อเรือบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
    วันนี้ (30 มิถุนายน 2566) เวลา 14.00 น. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 1202” ลงน้ำ พร้อมด้วย นายชูชัย อุดมโภชน์ 
ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร นายถวัลย์ รอดจิตต์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นายวิศณุ วัชราวนิช เลขานุการกรม พร้อมคณะผู้บริหารกรมศุลกากร และนายภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารจากบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) โดยมีนางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ รองอธิบดีกรมศุลกากร เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามประเพณีโบราณ ณ อู่ต่อเรือบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
  นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชายแดนและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อีกทั้งยังเล็งเห็นถึงภัยคุกคาม
ความมั่นคงของชาติในอนาคตที่เกิดจากการลักลอบเคลื่อนย้ายสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อสังคมเข้ามาในประเทศ ตลอดจนใช้ประเทศไทยเป็นต้นทางและทางผ่านซึ่งสินค้าเหล่านี้ กรมศุลกากร จึงดำเนินการต่อเรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 1202” เพื่อทดแทนเรือที่ปลดประจำการ ขนาดความยาว 120 ฟุต ความกว้างกลางลำ 24.93 ฟุต กินน้ำลึกตัวเรือ 4.59 ฟุต ความคงทน
ทางทะเลระดับ 5 ออกแบบและต่อสร้างโดยบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนเงิน 234,865,000.00 บาท (สองร้อยสามสิบสี่ล้านแปดแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ประกอบพิธี
วางกระดูกงูเรือ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 และได้ดำเนินการต่อสร้างเรือเรื่อยมา
เป็นลำดับจนกระทั่งเสร็จสิ้นสมบูรณ์

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า เรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 1202” ลำนี้ ถูกต่อขึ้นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เป็นเรือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดลำหนึ่งในกองเรือศุลกากร และจะนำไปใช้ในภารกิจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายศุลกากร การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางทะเล ต่อไป
-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------






ป.ป.ส. ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยึดสารอะนิลีน (Aniline) 510,000 กก. ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เตรียมส่ง สปป.ลาว

ป.ป.ส. ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยึดสารอะนิลีน (Aniline) 510,000 กก. ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เตรียมส่ง สปป.ลาว
     วันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมาหน่วยเฉพาะกิจร่วม ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าเรือสากล (Seaport Interdictoin Task Force : SITF) ประกอบด้วยกรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ศูนย์รักษาความปลอดภัย และสำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่ผู้แทนจากสถานทูต สปป.ลาว ได้ร่วมกันเปิดตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ณ คลังสินค้าอันตราย (JWD) ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ผลการตรวจสอบพบสารอะนิลีน (Aniline) รวมทั้งสิ้น 22 แทงค์ น้ำหนักรวมประมาณ 510,720 กิโลกรัม

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “สารอะนิลีน (Aniline) ที่ตรวจยึดในครั้งนี้ ดำเนินการขนส่งเข้ามาในประเทศไทย โดยบริษัทขนส่ง S จำนวน 5 แทงค์ และบริษัทขนส่ง P จำนวน 17 แทงค์ จากนั้นจะนำผ่านไปยังบริษัทขนส่ง L ใน สปป.ลาว ต่อไป จากการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร พบว่า กระบวนการนำผ่านไม่มีเอกสารการอนุญาตขอนำผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 “สารอะนิลีน (Aniline) จึงทำการตรวจยึดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร 2560 มาตรา 102 มาตรา 104 และมาตรา 106 ประกอบประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย 2556 ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน จึงจะออกใบนำผ่านเพื่อเป็นหลักฐานการอนุญาตการนำผ่านราชอาณาจักร”

ตนได้สั่งการให้นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ประสานการข่าวกับ สปป.ลาว ได้ข้อมูลว่าผู้แทนบริษัทขนส่ง L ใน สปป.ลาว จะนำสารเคมีดังกล่าวไปใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศจีน แต่มีฐานการผลิตที่ สปป. ลาว เพื่อส่งสินค้ากลับไปขายที่ประเทศจีน ส่วนสาเหตุที่ต้องแยกใช้หลายบริษัทในการขนส่ง เนื่องจากเพื่อความคล่องตัวในทางธุรกิจ และความสะดวกในการขนส่ง

ซึ่งสารอะนิลีนเมื่อนำมาทำปฏิกิริยาร่วมกับ สารตั้งต้นชนิดอื่นสามารถนำไปสังเคราะห์เป็น
เฟนทานิล (Fantanyl)  ซึ่งในประเทศไทย เฟนทานิลถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 2 มีการกำกับควบคุมการออกใบอนุญาตและจำหน่ายอย่างเข้มงวด ในเบื้องต้น สาร Aniline ที่ยึดได้ประมาณ 510,270 กิโลกรัม หากนำมาสังเคราะห์เป็นเฟนทานิลจะได้ประมาณ 85,000 กิโลกรัม 

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติดประจำสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงเวียงจันทร์ของสำนักงาน ป.ป.ส. จะประสานข้อมูลเพื่อแจ้งสำนักงานคณะกรรมการตรวจตราและควบคุมยาเสพติด (LCDC) สปป.ลาว เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลขนส่ง L ต่อไป 
-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------






วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566

บอร์ด ป.ป.ส. เร่งติดตามการออกกฎหมายรอง รองรับประมวลกฎหมายยาเสพติด พร้อมเห็นชอบ ป.ป.ส. ทำลายของกลางได้ ช่วยชาติ ลดภาระในการเก็บรักษา

บอร์ด ป.ป.ส. เร่งติดตามการออกกฎหมายรอง 
รองรับประมวลกฎหมายยาเสพติด พร้อมเห็นชอบ ป.ป.ส. ทำลายของกลางได้ ช่วยชาติ ลดภาระในการเก็บรักษา
   
 วันนี้ (29 มิถุนายน 2566) เวลา 11.00 น. 
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญปลัดกระทรวงมหาดไทยนายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ได้รับทราบ ใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1) สรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (Commission on Narcotic Drugs : CND) สมัยที่ 66 จากการจัดประชุม เมื่อวันที่ 13 – 17 มีนาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติที่ประชุมดังกล่าวและ 2) ความคืบหน้าการดำเนินงานจัดทำอนุบัญญัติรองรับประมวลกฎหมายยาเสพติด และให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดการจัดทำอนุบัญญัติรองรับประมวลกฎหมายยาเสพติดให้แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสนอ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการในการทำลายยาเสพติดของกลาง โดยให้คณะอนุกรรมการกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมพิจารณารายละเอียดของกิจกรรมและงบประมาณ โดยยึดหลักความประหยัด และการมีส่วนร่วมของประชาชน และให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการจัดเก็บและทำลายยาเสพติดของกลาง ตามที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดภาระในการจัดเก็บยาเสพติดของกลาง และให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง พลตำรวจโท ไกรบุญ ทรวดทรง เป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยให้สำนักงาน ป.ป.ส. ดำเนินการเสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ในตอนท้าย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมฯ ได้กล่าวถึง การประชุมในครั้งต่อไปยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างคณะรัฐมนตรีรักษาการ และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่หากในระหว่างเวลาดังกล่าวมีเรื่องสำคัญจะได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. และหารือกันเร่งด่วนต่อไป
-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------






“อลงกรณ์”ประกาศชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบายปฏิรูปพรรคสู่แนวทางเสรีนิยมก้าวหน้ายึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“อลงกรณ์”ประกาศชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชูนโยบายปฏิรูปพรรคสู่แนวทางเสรีนิยมก้าวหน้ายึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่าวันนี้ว่าได้ตัดสินใจลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมใหญ่พรรควันที่ 9 กรกฎาคมนี้
   นายอลงกรณ์กล่าวย้ำว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการก้าวใหม่ของตัวเองและโอกาสใหม่จากประชาชนด้วยการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและกล้าหาญบนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจนนำประเทศออกจากกับดักความขัดแย้งและวงจรอุบาทว์ด้วยหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาลสู่เอกภาพและศักยภาพใหม่ของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน โลกเปลี่ยนเร็วและแข่งขันแรงทั้งการเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองที่ทันสมัยก้าวหน้าทันโลกทันเกมและก้าวใหม่ประชาธิปัตย์คือคำตอบ”
  “ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์ความรู้และอุดมการณ์ที่มั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 30 ปีรวมทั้งประสบการณ์เป็นรองหัวหน้าพรรค4สมัยเป็น ส.ส.6สมัยและเป็นรัฐมนตรีมาแล้วจะสามารถนำพรรคสู่ก้าวใหม่ด้วยการปฏิรูปพรรคเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนด้วยแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคและส.ส.ของพรรคเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

นายอลงกรณ์ พลบุตร เมื่อครั้งเป็น ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคเคยเสนอให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2556และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแข่งขันในระบบไพรมารี่ในปี 2561แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง.


ประวัติและผลงาน
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยและอดีตส.ส.เพชรบุรีและส.ส.บัญชีรายชื่อ6สมัย 

>จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกส ฯลฯ 
>เป็น ส.ส.สมัยแรกในปี 2535
>เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเลขานุการนายกรัฐมนตรี(ชวน หลีกภัย) ปี 2539-2544
>ได้รับฉายา”มิสเตอร์เอทานอล” ปี 2543-2544 ในฐานะประธานโครงการเอทานอลทำให้มีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์จำหน่ายทั่วประเทศ
>เป็น”ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา”ปี 2546จากผลงานการปราบปรามคอรัปชั่น
>ได้รับรางวัล”คนดีสังคมไทย”และรางวัล”บุคคลดีเด่นประจำปี 2548-2549”
>เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และทำหน้าที่รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554
>ได้รับการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานดีเด่น2ปีซ้อน ปี 2552-2553
>เป็นรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560
>เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561
>เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ.กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(2562-2566)
>เป็นผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
>เป็นผู้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น บยส. นธป.วตท. Tepcot สวปอ. นบส. วกส. วพน. วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า  ฯลฯ
>มีผลงานเขียนหนังสือ4เล่มด้านต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และการเมือง.
-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------






วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบโอกาส “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน .. ลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน ในโครงการ “จักรยานเพื่อน้องสัญจร” พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบโอกาส “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน .. ลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน ในโครงการ “จักรยานเพื่อน้องสัญจร”  พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี
   วานนี้ (วันที่ 27 มิถุนายน 2566) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต  ชินวงศ์วรกุล  รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์  เตชะหรูวิจิตร  กรรมการและรองเลขาธิการ นางสาวดวงชุตา  ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ  ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ (จังหวัดที่ 4 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 27 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 617,020 บาท (หกแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันยี่สิบบาทถ้วน) โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ  นายโดมทอง ดิเรกศิลป์ พัฒนาการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานร่วมในพิธี  ณ  บริเวณหอประชุมจังหวัดชัยภูมิ ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
.
พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบรถจักรยานให้แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน ในโครงการ “จักรยานเพื่อน้องสัญจร” จำนวน 4 โรงเรียน รวม 40 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ และรถจักรยานในจังหวัดชัยภูมิเป็นเงินทั้งสิ้น  681,915.50 บาท (หกแสนแปดหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยสิบห้าบาทห้าสิบสตางค์) รวมทั้ง ได้จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย ตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา บริการตัดผม และ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น  โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
.
โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์  ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม โดยมูลนิธิฯ จะทยอยลงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อดำเนินการเป็นลำดับต่อไป
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ 
เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  
.
“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 
#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน 
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------







อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”  หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหา...