วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำปณิธาน “สร้างชีวิต” มอบเครื่องเล่นสนาม อุปกรณ์ครุภัณฑ์ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กนักเรียนในส่วนภูมิภาค ณ โรงเรียนวัดนาร่อง อ.เมือง จ.สระบุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำปณิธาน “สร้างชีวิต” มอบเครื่องเล่นสนาม อุปกรณ์ครุภัณฑ์ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กนักเรียนในส่วนภูมิภาค ณ โรงเรียนวัดนาร่อง อ.เมือง จ.สระบุรี
วันนี้ (วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา  ติยะพจนพรกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ร่วมในพิธี มอบเครื่องเล่นสนาม อุปกรณ์ครุภัณฑ์ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดนาร่อง อ.เมือง จ.สระบุรี อาทิ เครื่องเล่นสนามชุดปีนป่ายหนอนน้อย ตู้เหล็กเก็บเอกสารบานเลื่อน ชั้นวางของอเนกประสงค์ ชั้นวางของ ชั้นวางหนังสือ ชั้นวางรองเท้านักเรียน ตะแกรงคัดขยะ 3 ช่อง ชุดนักเรียน กางเกงวอร์ม และกระเป๋านักเรียน เป็นต้น พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร  ปลากระป๋อง น้ำมันพืช เส้นหมี่ขาว และขนมจันอับ รวมมูลค่า 208,076 บาท (สองแสนแปดพันเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) นอกจากนี้ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการมูลนิธิฯ  ได้สนับสนุนลูกฟุตบอลจำนวน 30 ใบ พร้อมด้วย ลูกอม จำนวน 1 ลัง  โดยมี นางสาวจิรนันท์ สาระเดช รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนาร่อง พร้อมด้วย ผู้แทนเด็กและเยาวชน เป็นผู้รับมอบ ณ โรงเรียนวัดนาร่อง อ.เมือง จ.สระบุรี
.
ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
------------------------------------------------------------------------
                      หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------
                  สมาคมพิทักษ์ประชาราษฎร์
-----------------------------------------------------------------------
                         อุ่นใจ ประกันภัย
ศูนย์รวมประกันภัย รถยนต์ ชั้นนำกว่า 30 บริษัท
                นางสาวอัจฉราพร อินซุยทอง 
               เลขที่ใบอนุญาต 6104013854
                  โทร.095-647-9210 คุณฝน 
              โทร.099-119-3148 คุณนรวิชญ์
-----------------------------------------------------------------------

                     หจก.เจเค มอเตอร์ไซค์
https://www.facebook.com/jkmotor1?mibextid=ZbWKwL

------------------------------------------------------------------------






วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567

รมว.ยุติธรรม ผนึก 28 หน่วยงาน ประชุมเร่งรัดแก้ปัญหายาเสพติด ชี้เป้าหมายสำคัญคือความพึงพอใจของประชาชน

รมว.ยุติธรรม ผนึก 28 หน่วยงาน ประชุมเร่งรัดแก้ปัญหายาเสพติด ชี้เป้าหมายสำคัญคือความพึงพอใจของประชาชน
วันที่ 29 เมษายน 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในห้วง 5 เดือนหลัง ของปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้แทนส่วนราชการที่ร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดจาก 8 กระทรวง 26 หน่วยงาน 2 ส่วนราชการไม่สังกัด ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม ณ ห้องประชุม 10-01 กระทรวงยุติธรรม

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้ว่า  เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในห้วงที่เหลือ 5 เดือน โดยแนวทางการประชุมในวันนี้ จะเป็นการนำเสนอภาพรวมในการขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยสำนักงาน ป.ป.ส. หลังจากนั้น จะเป็นการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วยงาน บูรณาการ เพื่อการปรับแผนงาน โครงการให้สอดคล้องนโยบายสำคัญ ของรัฐบาล

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า  การแก้ไขปัญหายาเสพติด มีงบบูรณาการที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 28 หน่วยงานที่ต้องบูรณาการ เพื่อใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศโดยรวม ไม่ซ้ำซ้อน มีการบูรณาการอย่างจริงจัง  ให้การทำงานเกิดความเชื่อมั่นกับภาคประชาชน โดยในห้วง 7 เดือนที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลด้านการปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติด มีผลการจับกุมตรวจยึดที่สูงขึ้นมาก ซึ่งต้องขอชื่นชม แต่การป้องกันยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ต้อง ประชุมหารือร่วมกันในรายละเอียดในเรื่องของการแก้ปัญหา  และมอบสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขอให้ผู้บริหารของแต่ละหน่วยงาน มีการกำกับ ติดตาม เร่งรัดการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ และงบประมาณ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ และขอให้สำนักงาน ป.ป.ส. มีการกำกับ ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงานบูรณาการ และรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบทุกเดือน เพื่อให้สามารถทราบ ถึงความเคลื่อนไหว ปัญหาและอุปสรรคของหน่วยงาน รวมถึงต้องมีการประเมินผลการใช้งบบูรณาการ เพื่อปรับให้เหมาะสมกับปัญหาและการปฏิบัติงานจริง โดยใน 5 เดือนที่เหลือการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป้าหมายหรือตัวชี้วัดมีเพียงตัวเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ความพึงพอใจของประชาชน  ซึ่งในตอนท้ายต้องประเมินโดยใช้การวัดผลที่เป็นกลางจากหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยมาช่วยวัดผล เพื่อจะนำเสียงสะท้อนนั้นมาแก้ปัญหา และจากนี้การแก้ไขปัญหายาเสพติด จะต้องเร่งรัด และบูรณาการกันจริง เราต้องช่วยกัน อย่าปล่อยให้ประเทศอ่อนแอเพราะติดยาเสพติด
------------------------------------------------------------------------
                      หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------
                  สมาคมพิทักษ์ประชาราษฎร์
-----------------------------------------------------------------------
                         อุ่นใจ ประกันภัย
ศูนย์รวมประกันภัย รถยนต์ ชั้นนำกว่า 30 บริษัท
                นางสาวอัจฉราพร อินซุยทอง 
               เลขที่ใบอนุญาต 6104013854
                  โทร.095-647-9210 คุณฝน 
              โทร.099-119-3148 คุณนรวิชญ์
-----------------------------------------------------------------------

                     หจก.เจเค มอเตอร์ไซค์
https://www.facebook.com/jkmotor1?mibextid=ZbWKwL

------------------------------------------------------------------------






กรมศุลกากรจับของลักลอบอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยึดบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 1.33 ล้านชิ้น


กรมศุลกากรจับของลักลอบอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยึดบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 1.33 ล้านชิ้น
วันนี้ (29 เมษายน 2567) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามีความรุนแรงมากขึ้น จึงให้เร่งดำเนินการปราบปราม จับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยให้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้มงวดกวดขันในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเพื่อปกป้องประชาชนและเยาวชนที่อาจได้รับสารพิษจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้เจ้าหน้าที่ตามด่านศุลกากรในพื้นที่ต่าง ๆ ตรวจเข้มกับสินค้าทุกประเภทที่อาจมีการซุกซ่อนบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักร ทางตู้สินค้าและพัสดุไปรษณีย์ รวมถึงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนหาข่าวลักลอบการนำเข้า นอกจากนี้ ยังให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรลงพื้นที่ ตรวจเข้มร้านค้า โกดัง ที่มีการข่าวแจ้งว่าอาจมีการลักลอบจำหน่ายหรือเก็บบุหรี่ที่ไม่เสียภาษี บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ อีกด้วย 

โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กรมศุลกากรจับกุมผู้กระทำความผิด ในการลักลอบนำบุหรี่เข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 62 ราย ปริมาณ 1,321,900 มวน และบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 12 ราย ปริมาณ 9,950 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 74 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามมาตรา 242 และมาตรา 246 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
------------------------------------------------------------------------
                      หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------
                  สมาคมพิทักษ์ประชาราษฎร์
-----------------------------------------------------------------------
                         อุ่นใจ ประกันภัย
ศูนย์รวมประกันภัย รถยนต์ ชั้นนำกว่า 30 บริษัท
                นางสาวอัจฉราพร อินซุยทอง 
               เลขที่ใบอนุญาต 6104013854
                  โทร.095-647-9210 คุณฝน 
              โทร.099-119-3148 คุณนรวิชญ์
-----------------------------------------------------------------------

                     หจก.เจเค มอเตอร์ไซค์
https://www.facebook.com/jkmotor1?mibextid=ZbWKwL

------------------------------------------------------------------------





วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

หน่วยปราบยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (SITF) ตรวจยึดคีตามีน 320 กิโลกรัม ซุกซ่อนในฐานรองหุ่นยนต์เหล็ก เตรียมจัดส่งปลายทางไต้หวัน ผ่านการขนส่งทางเรือ ขยายผลจับกุมผู้ส่งสินค้าชาวไทย 1 คน

หน่วยปราบยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (SITF) ตรวจยึดคีตามีน 320 กิโลกรัม ซุกซ่อนในฐานรองหุ่นยนต์เหล็ก เตรียมจัดส่งปลายทางไต้หวัน ผ่านการขนส่งทางเรือ ขยายผลจับกุมผู้ส่งสินค้าชาวไทย 1 คน
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2567 ณ สำนักงาน ป.ป.ส. พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. พ.ต.อ.วรัตม์ เจตนานนท์ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร แถลงผลการ ตรวจยึดคีตามีน 320 กิโลกรัม ซุกซ่อนในฐานรองหุ่นยนต์เหล็ก เตรียมจัดส่งไปปลายทางไต้หวัน ผ่านการขนส่งทางเรือ และขยายผลจับกุมผู้ส่งชาวไทย 1 คน เหตุเกิดที่ บริษัทขนส่งเอกชน ในพื้นที่ กทม.

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การตรวจยึดคีตามีน 320 กิโลกรัม ดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการ SITF และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP) ปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม ไทย-ออสเตรเลีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดการฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติ (Taskforce Storm) โดยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ทางการออสเตรเลียตรวจยึดไอซ์ 108 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องแปรรูปอาหาร ส่งมาจากประเทศไทย ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนกระทั่งทราบว่า ผู้ดำเนินการจัดส่งสินค้าดังกล่าวเป็นหญิงชาวไทย จึงดำเนินการสืบสวนติดตามพฤติการณ์เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 24 เมษายน 2567 ทราบว่าหญิงไทยคนดังกล่าว ได้ดำเนินการจัดส่งสินค้าประเภทหุ่นยนต์เหล็ก ไปยังปลายทางประเทศไต้หวัน จึงเป็นเหตุต้องสงสัยว่าจะมีการซุกซ่อนยาเสพติดไปกับสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จึงบูรณาการความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรมศุลกากร กระทรวงยุติธรรมไต้หวัน (Ministry of Justice Investigation Bureau : MJIB) ดำเนินการตรวจสอบสินค้าดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบ คีตามีน 320 กิโลกรัม ซุกซ่อนในฐานรองหุ่นยนต์เหล็ก (ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าครั้งนี้ 180,000 บาท) เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และดำเนินการขยายผลสืบสวนติดตามจับกุมผู้ส่งสินค้าที่ซุกซ่อนยาเสพติดได้ ในวันที่ 25 เมษายน 2567 โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้รับคำสั่งจากหญิงชาวลาวให้ดำเนินการจัดส่งสินค้า

ที่ผ่านมาในห้วงปี 2565 – 2567 ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force : SITF) ได้ดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดที่เตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม ผ่านท่าเรือพาณิชย์ โดยปริมาณยาเสพติดเป็นประเภท ไอซ์กว่า 1.8 ตัน เฮโรอีน 265 กิโลกรัม ประเทศปลายทาง คือ ออสเตรเลีย ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง โดยในช่วงหลังพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดใช้การลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่าน ท่าเรือเอกชน/ ท่าเรือส่วนบุคคล ในพื้นที่ภาคตะวันออก (จ.จันทบุรี จ.ระยอง จ.ตราด และ จ.ฉะเชิงเทรา) โดยบรรทุกยาเสพติดใส่ในเรือบรรทุกสินค้า (เรือประมง, เรือหางยาว, เรือสปีดโบ๊ท) และลำเลียงไปส่งยังเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่จอดรออยู่บริเวณน่านน้ำสากล เพื่อลำเลียงไปยังปลายทางประเทศที่สาม เนื่องจากสามารถลำเลียงยาเสพติดได้ในปริมาณมาก และบริเวณเขตน่านน้ำสากลที่ใช้ในการขนถ่ายยาเสพติด ไม่มีอำนาจอธิปไตยและรัฐใด ๆ ควบคุม ส่งผลให้การลักลอบขนส่งยาเสพติดทางทะเลอาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในห้วงปี 2565 – 2567 พบสถิติการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดประเภท ไอซ์กว่า 4 ตัน คีตามีนกว่า 2 ตัน 

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการค้ายาเสพติดในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สามยังพบอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านการขนส่งทางพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ ผ่านการขนส่งทางอากาศ และ ซุกซ่อนในสินค้าต่าง ๆ ผ่านการขนส่งทางเรือ ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีโครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task force : AITF) และ สกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force : SITF) เป็นหน่วยปฏิบัติต้นทางในการสกัดกั้นการนำยาเสพติดเข้าพื้นที่ตอนใน และส่งออกไปยังประเทศที่สาม ทั้งนี้ การปฏิบัติการที่ประสบผลสำเร็จเป็นผลจากความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการให้ประสานงานกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เช่นในครั้งนี้ที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวการสืบสวนร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police : AFP) กระทรวงยุติธรรมไต้หวัน (Ministry of Justice Investigation Bureau : MJIB) จนนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ดังกล่าว
------------------------------------------------------------------------
                      หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------
                  สมาคมพิทักษ์ประชาราษฎร์
-----------------------------------------------------------------------
                         อุ่นใจ ประกันภัย
ศูนย์รวมประกันภัย รถยนต์ ชั้นนำกว่า 30 บริษัท
                นางสาวอัจฉราพร อินซุยทอง 
               เลขที่ใบอนุญาต 6104013854
                  โทร.095-647-9210 คุณฝน 
              โทร.099-119-3148 คุณนรวิชญ์
-----------------------------------------------------------------------

                     หจก.เจเค มอเตอร์ไซค์
https://www.facebook.com/jkmotor1?mibextid=ZbWKwL

------------------------------------------------------------------------





อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”  หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหา...