สืบเนื่องจาก นายสมศักดิ์ เทพสทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายให้บูรณาการหน่วยงานร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน และเลขาธิการ ป.ป.ส. กำชับให้หน่วยเฉพาะกิจสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานสากล (AITF) เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศผ่านทางท่าอากาศยาน และพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 20 มกราคม เจ้าหน้าที่หน่วย AITF พบการเดินทางของชายชาวเอเชียใต้ต้องสงสัยเดินทางจากเมืองการาจี เอเชียใต้ เข้าไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทราบชื่อว่า นาย ANSARI ANWAR อายุ 57 ปี จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ จำนวน 3 ใบ ผลการตรวจค้น พบวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 และประเภท 4 รวม 5 รายการ ของกลางทั้งสิ้น 79,200 เม็ด
โดยแยกเป็น
1. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 Methylphenidate Hydrochloride จำนวน 4,200 เม็ด
2. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 Zolpidem จำนวน 5,200 เม็ด
3. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 Alprazolam จำนวน 5,200 เม็ด
4. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 Zolpidem Tartrate จำนวน 23,800 เม็ด
5. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 4 Diazepam จำนวน 40,800 เม็ด
จึงควบคุมตัวแจ้งข้อกล่าวหาว่า นำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 และประเภท 4 เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และส่งตัวพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทผิดกฎหมายในประเทศไทย ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้าจากเอเชียใต้ที่เป็นแหล่งเคมี และวัตถุออกฤทธิ์แหล่งใหญ่ของภูมิภาค สำหรับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติชาวเอเชียใต้ที่เข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย พบความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายอย่าง ทั้งการจัดทำ/ค้าเอกสารเดินทางปลอม ปลอมแปลงเอกสาร ขบวนการนำพา/ค้ามนุษย์ และค้ายาเสพติด โดยเริ่มพบลักลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเข้าไทยเมื่อปี 2540 จากสถิติของสำนักงาน ป.ป.ส. ตั้งแต่ปี 2561 – 2565 มีการจับกุมชาวเอเชียใต้ รวม 8 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลาง คีตามีน 31.22 กิโลกรัม โคเคน 2.4 กิโลกรัม เฮโรอีน 1.1 กิโลกรัม ไอซ์ 6.5 กรัม ยาบ้า 8 เม็ด”
เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้กล่าวเตือนว่า “วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท มีอันตราย จึงต้องควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด ซึ่งการออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เมื่อเสพในระยะเวลานานจะทำให้ติด ประสบกับสภาวะโรคจิตได้ และการใช้วัตถุออกฤทธิ์นี้รวมกับยาเสพติดอื่นหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ อันตรายถึงชีวิตจากภาวะการหยุดหายใจ เช่นที่เคยพบในกรณี “ยาเคนมผง” ที่มีส่วนผสมของ Diazepam และมีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาดังกล่าว โดยการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่เป็นการกระทำดังอันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท – 1,500,000 บาท วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท