วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566

ตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการกระทำความผิดต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.66

ตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการกระทำความผิดต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.66
        ตามนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้ชาวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากสถานการณ์โควิด -19 มีทิศทางที่ดีขึ้น จึงส่งผลให้ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัญหาและอาชญากรรมในวงจรการท่องเที่ยวมีมากขึ้นตามไปด้วย
     นอกจากนี้ ยังอาจมีกรณีที่อาชญากรต่างชาติฉวยโอกาสแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของนักท่องเที่ยวเพื่อหลบหนีคดีหรือก่ออาชญากรรมในประเทศไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในวงจรการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
     กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.สุคุณ พรหมมายน ผบช.ทท., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.(สส.1) ควบคุมการปฏิบัติและสั่งการให้ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1-3, กองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเหี่ยวและมัคคุเทศก์
สถานีตำรวจท่องเที่ยวและงานสืบสวนในสังกัด บก.ทท.1-3 บูรณาการการ
ทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมการกระทำความผิดต่างๆ โดยเฉพาะในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้าม, กรณีชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัย เกินกำหนด (Overstay) และความผิดอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย.66 โดยมีผลการ
ปฏิบัติและจับกุม ดังนี้
- ทั่วร์ด้อยคุณภาพ/ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จำนวน 54 ราย
- ยานพาหนะ เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว จำนวน 21 ราย
- สถานบริการผิดกฎหมาย จำนวน 4 ราย
- จัดระเบียบการจราจร (ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ) จำนวน 25 ราย
- ยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 26 ราย 25 คน
- อาชญากรรมข้ามชาติ และลักลอบหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 76 ราย 82 คน
- คดีอาชญากรรมที่สำคัญ และส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยว จำนวน 32 ราย
- ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล มาเฟิย พกพาอาวุธบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว จำนวน 8 ราย
- กรณีชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพักอาศัยเกินกำหนด (Overstay) จำนวน 7 ราย
(สรุปผลการปฏิบัติ
จับกุม จำนวน 253 ราย ผู้ต้องหา 258 คน)
     กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีมาตรการในการดูแล และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฏหมายรวมถึงที่มีหมายจับ หากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 999 หมู่ที่ 1 ถนน สุวรรณภูมิ 4
หนองปรือ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ
10540 โทรศัพท์ 02 134 0521
สายด่วน 1155
​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------





พระนครศรีอยุธยา ทำงานตลอด24ชั่วโมงเพื่อดับเพลิงบ่อขยะบางบาล เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายในการดับเพลิงที่บ่อขยะต้นแบบอยุธยา

 พระนครศรีอยุธยา ทำงานตลอด24ชั่วโมงเพื่อดับเพลิงบ่อขยะบางบาล  เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายในการดับเพลิงที่บ่อขยะต้นแบบอยุธยา

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการ
จ.พระนครศรีอยุธยา และนายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะบางบาล ในช่วงเวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา
โดยบ่อขยะแห่งนี้เกิดเพลิงลุกไหม้กองขยะแต่เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา และซึ่งมีความพยายามในการดับเปลวเพลิงลงได้ แต่ความร้อนสะสมกลับทำให้เกิดเปลวเพิงลุกติดไฟอีก

ซึ่งประเมินจากภาพถ่ายทางอากาศ    พบอุปสรรคคือมีกระแสลม   ทำให้ไฟลุกไว   จึงได้สั่งปรับแผนระดมอุปกรณ์ทุกอย่างเพิ่มเติม 

โดยเพิ่มน้ำแรงดันสูง  ซึ่งรับการสนับสนุนจาก ปภ.ส่วนกลาง ส่งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงแบบส่งน้ำระยะไกลมาช่วย  ขณะที่หน่วยงานกรมชลประทานทอยน้ำส่งต่อผ่านลำคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยามาถึงคลองส่งน้ำใกล้บ่อขยะ

และเพิ่มกำลังคนและเจ้าหน้าที่  พร้อมแบ่งทีมงานปฏิบัติหน้าที่   ดับไฟออกเป็น 3 ผลัด และเพิ่มรถแบ็คโฮทำงาน 24 ชั่วโมง

โดยยังคงใช้รถแบ็คโฮตักขยะด้านล่างขึ้นมา แล้วฉีดพ่นน้ำเพื่อให้ไฟด้านล่างดับ และลดความร้อนใต้กองขยะ เพื่อป้องกันไม่เกิดปะทุขึ้นมาอีก

​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------





วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566

สมุทรปราการ เทศบาลตำบลบางเมือง จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการเพื่อผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2566 หลักสูตร"การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการเป็นพลังสังคม"หัวข้อ"ธรรมะสดใส สุขใจวัยเกษียณ"

สมุทรปราการ เทศบาลตำบลบางเมือง จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการเพื่อผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2566 หลักสูตร"การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการเป็นพลังสังคม"
หัวข้อ"ธรรมะสดใส สุขใจวัยเกษียณ"
        เมื่อเวลา 09.00 น.ขิงวันอังคารที่ 28 เมษายน 2566 ที่หอประชุมอาคารศูนย์พักรักษาใจ เทศบาลตำบลบางเมืองโดยการนำของนายปาณวัฒน์ อุทัยเลิศ รองนายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการเพื่อผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2566 หลักสูตร"การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการเป็นพลังสังคม"
หัวข้อ"ธรรมะสดใส สุขใจวัยเกษียณ"
      สำหรับโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการเพื่อผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2566 หลักสูตร"การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการเป็นพลังสังคม"
หัวข้อ"ธรรมะสดใส สุขใจวัยเกษียณ"ดังกล่าวนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุในวัยเกษียณ รับการฝึกอบรม 
      ซึ่งเทศบาลตำบลบางเมือง ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของผู้สูงอายุว่ามีความสำคัญ ต่อสังคมและชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และจะต้องได้รับการส่งเสริมในทางที่ถูกต้อง โดยการให้ผู้สูงอายุได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Education) เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ผู้สูงอายุนำความรู้ ที่ได้รับไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น 
       รวมทั้งได้มีกิจกรรม ร่วมกับสังคมและชุมชน จึงได้บรรจุโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการ เพื่อผู้สูงอายุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลบางเมือง พ.ศ.2566-2570
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และนันทนาการ และขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติจึงได้จัดให้มีการดำเนิน โครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและนันทนาการเพื่อผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2566
        โดยในครั้งนี้จะเป็นการเรียนรู้ในหลักสูตรการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ในการเป็นพลังทางสังคม หัวข้อ “ธรรมมะสดใส สุขใจวัยเกษียณ โดยมีพระมหาชาครินทร์ กิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดยานนาวา  ตลอดจนคณะผู้บริหารเมศบาลตำบลบางเมือง หัวหน้าส่วนราชการ ,เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวนกว่า 300 คนเข้าร่วมโดยพร้อมเพียงกัน
​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------




สมุทรปราการ ตำบลบางเมืองฯเดินหน้าสาน MOU "กำจัดผักตบชวา"เร่งแก้ปัญหาเรื้อรังสะสมกว่า 10 ปี ก่อนจะอุดตันคลองระบายน้ำสำโรง

สมุทรปราการ ตำบลบางเมืองฯเดินหน้าสาน MOU "กำจัดผักตบชวา"เร่งแก้ปัญหาเรื้อรังสะสมกว่า 10 ปี ก่อนจะอุดตันคลองระบายน้ำสำโรง 
       จากการลงพื้นที่กรณีผักตบชวาลอยเต็มคลองสำโรง ของ นาวาเอก อนุศักดิ์  นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง เมื่อวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้การแก้ปัญหาผักตบชวาล้นคลองประสบความสำเร็จ ไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่เนื่องจากผักตบชวาเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบสารเคมีที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ผงซักฟอก ปุ๋ย เป็นธาตุอาหารของพืชน้ำโดยเฉพาะผักตบชวาเป็นอย่างดี ทำให้ผักตบชวากลับมาแพร่กระจายในคลองสำโรงอีกอย่างต่อเนื่อง  
       ซึ่งเมื่อวันที่27 เมษายน 2566  นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง จึงได้ลงพื้นที่ไปยังคลองสำโรงอีกครั้ง เพื่อวางแนวทางในการกำจัดผักตบชวาให้หมดไป ซึ่งการกำจัดผักตบชวานั้นถือว่า เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากผักตบชวาเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ จนนำไปสู่ปัญหาน้ำเน่าเสียและปัญหาน้ำท่วมทุกปี
​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------




สมุทรปราการ ศรชล./ศคท.จว.สป.ได้รับการสนับสนุนและอนุเคราะห์จัดทำ"ลองลูกปืน" ขนาด 100 มม. จำนวน 2 ลูก โดยกรมสรรพาวุธทหารเรือ (สพ.ทร.) เพื่อนำไปประดับศาลเสด็จเตี่ย ณ วัดสีล้ง

สมุทรปราการ ศรชล./ศคท.จว.สป.ได้รับการสนับสนุนและอนุเคราะห์จัดทำ"ลองลูกปืน" ขนาด 100 มม. จำนวน 2 ลูก โดยกรมสรรพาวุธทหารเรือ (สพ.ทร.) เพื่อนำไปประดับศาลเสด็จเตี่ย ณ วัดสีล้ง
      วันที่ 27 เมษายน 66 ที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสมุทรปราการและศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสมุทรปราการ( ศรชล./ศคท.จว.สป.) โดยนาวาเอกคัคเนศ  ปาลศรี หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสมุทรปราการ (หน.ศคท.จว.สป.) เป็นตัวแทนกำลังพลในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสมุทรปราการและศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสมุทรปราการ( ศรชล./ศคท.จว.สป.) ศรได้นำ"ลองลูกปืน" ขนาด 100 มม. จำนวน 2 ลูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนและอนุเคราะห์จัดทำโดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ (สพ.ทร.) มาจัดถวายแด่ พระครูสังวรวิมลกิจ เจ้าอาวาสวัดแจ่มราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดสีล้ง) ถ.สุขุมวิท ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
        เพื่อนำไปประดับ ณ ศาลเสด็จเตี่ย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  ให้เกิดความสง่างาม สมพระเกียรติ และเนื่องในโอกาสการสิ้นพระชนม์ครบ 100 ปี ในวันที่ 19 พฤกษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ตามนโยบายของ ศรชล.ภาค 1 อีกทั้งเพื่อเป็นการเคารพ สักการะ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และเพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และชุมชนที่พักอาศัยในบริเวณวัดสีล้ง ตลอดจนประชาชนโดยทั่วไป ได้เข้ามากราบไหว้ สักการะบูชาต่อไป 
​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------




วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566

“อลงกรณ์”มั่นใจเกษตรกร9ล้านครัวเรือนสนับสนุน”พรรคประชาธิปัตย์”ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้ว4ปีสร้างเงินกว่า 5 ล้านล้านบาทให้ประเทศและเกษตรกร

“อลงกรณ์”มั่นใจเกษตรกร9ล้านครัวเรือน
สนับสนุน”พรรคประชาธิปัตย์”ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้ว4ปีสร้างเงินกว่า 5 ล้านล้านบาทให้ประเทศและเกษตรกร 
   ชี้ไตรมาสแรกปีนี้จีดีพี.เกษตรโต5.5%สร้างเงินเกือบ2แสนล้านบาทเพราะราคาพืชผลเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี
  
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้(25 เม.ย.)แสดงความเชื่อมั่นว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ 9 ล้านครัวเรือนทั้งประเทศจะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคขวัญใจเกษตรกรด้วยผลงานทำได้ไว ทำได้จริงที่พิสูจน์แล้ว4ปีที่ผ่านมาที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์”ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ให้ประเทศและเกษตรกรจากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ กว่า 5  ล้านล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1.39 ล้านล้านบาท
ทำให้ได้เปรียบดุลการค้าภาคส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ 8.6 แสนล้านต่อปี แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน 
และสศก..รายงานว่าไตรมาส 1 ของปี 2566 จีดีพี.ภาคเกษตรขยายตัวถึง 5.5% ด้วยมูลค่า 182,000 ล้านบาทเพราะราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีทำให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกว่า 9 ล้านรายได้ประโยชน์โดยตรงรวมทั้งผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวข้อง
“พรรคประชาธิปัตย์จะสานต่อด้วย นโยบายเกษตรทันสมัยภายใต้วิสัยทัศน์ เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030 ปฏิรูปภาคเกษตรกรรมครบวงจรยกระดับประเทศไทยจากเมืองเกษตรเป็นเมืองอาหารตามแนวทางเกษตรมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรสร้างเงินให้ประเทศอย่างยั่งยืนและนำประเทศไทยสู่มหาอำนาจอาหารท็อปเทนของโลก”.
​-----------------------------------------------------------------------
                       หนังสือพิมพ์พิทักษ์ไทย
-----------------------------------------------------------------------




อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”

อาร์ต วศิน ฟิตเปรี๊ยะ ซิงเกิล 2 “SORRY”  หลังปล่อยซิงเกิลแรก “Thank You” พี่อาร์ต วศิน วรณพฤกษ์ ผู้บริหา...