องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จัดงานโครงการวันสายสัมพันธ์ตำบลบ่อวิน ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานโครงการวันสายสัมพันธ์ตำบลบ่อวิน ประจำปีงบประมาณ 2566 นายสิรวิชฐ์ อำไพวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวินกล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวิน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ่อวิน พ.ต.ท.สุพรรณ ใจหาญ สวป.สภ.บ่อวิน พร้อมด้วยพ่อค้า ประชาชน หน่วยงานราชการ และบริษัท ห้างร้าน เอกชน ในพื้นที่ร่วมงาน
ทั้งนี้ยังได้นิมนต์รูปหล่อหลวงพ่อดำ วัดห้วยปราบ ขนาดเท่าองค์จริงที่ชาวบ่อวินนับถือและศรัทธาแห่รอบบ่อวิน ให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อเป็นศิริมงคลด้วย
วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้าน ในท้องถิ่นนั้นๆ จัดขึ้น ได้รับความเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจในสุนทรียะศิลป์ เพื่อศึกษาความเชื่อ การยอมรับนับถือ การเคารพพิธีกรรมต่างๆ และได้รับความรู้ มีความเข้าใจต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรม มีประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นบนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อมและมรดกทางวัฒนธรรม โดย ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ในชุมชน เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี ความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างคนในชุมชนและบุคคลภายนอกที่เข้ามาในเขตพื้นที่ตำบลบ่อวิน
เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการท่องเที่ยว ดังคำขวัญของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวินที่ว่า “บ่อวินน่าอยู่ ประตูสู่อุตสาหกรรม วัฒนธรรมดีเด่น เป็นอยู่อย่างพอเพียง พร้อมฟังเสียงประชาชน” เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเป็น การส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ จากวัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น ที่คนใน ชุมชน เรียกว่าการ “โยนไหม” สืบเนื่องมาจากเขตพื้นที่ตำบลบ่อวินในอดีต มีหลายกลุ่มหลายชุมชน กระจัด กระจายในการประกอบอาชีพทางการเกษตร การทอผ้า การประกอบอาหาร และมีการติดต่อค้าขายกันโดยการ นำผลผลิตที่แปรรูปทางการเกษตรเข้ามาเป็นสินค้า ก่อเกิดอาชีพในชุมชน หากแต่เหตุผลที่ต่างกันออกไปในการใช้ ชีวิตประจำวัน ทำให้แต่ละกลุ่มแต่ละชุมชน เกิดช่องว่างในการปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันของกลุ่มต่างๆ ในอดีต และประกอบกับมีบุคคลภายนอกเดินทางเข้ามาค้าขาย พักอาศัย และบางกลุ่มเข้ามาท่องเที่ยวอยู่ในเขตพื้นที่เพิ่ม มากขึ้น ทำให้คนในท้องถิ่นเกิดช่องว่างในการติดต่อสื่อสาร และสร้างความเข้าใจกันลดน้อยลง ผู้นำแต่ละกลุ่มใน ชุมชนในเขตพื้นที่
จึงได้ดำเนินการเพื่อให้คนในท้องถิ่น ชุมชนดั้งเดิม ยังคงสามารถติดต่อสื่อสารสร้างความรัก ความสามัคคี ความสัมพันธ์ที่ดีในท้องถิ่นคงไว้โดยประกอบพิธีที่เรียกว่า การเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ในชุมชนโดยการ นำไหมที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงและนำมาแปรรูปมาใช้ใน พิธีกรรม โดยการให้ผู้สูงอายุ ผู้นำในชุมชน ที่มารวมตัว กันในการประกอบพิธีทางศาสนา และนำไหมที่ผ่านพิธีกรรม มาดำเนินการโยนขึ้นด้านบน และให้อีกฝ่ายเป็นคน รับ ไม่ให้ไหมตกถึงพื้น ซึ่งเป็นการสื่อความหมายได้ว่า การโยนไหมขึ้นด้านบน เพื่อเคารพต่อบรรพบุรุษ และทำ ให้ลูกหลานมีความก้าวหน้า ทำให้ชุมชนมีความสงบสุข การประกอบอาชีพมีความราบรื่น เกิดความอุดมสมบูรณ์ ในปีนั้นๆ ต่อไป
-----------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------



